วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2551

กินเยอะก็เกิดปัญหา

ในอาทิตย์แรกที่ผ่านมาได้เสนอเรื่องพฤติกรรมมนุษย์ไป ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ อย่างที่อาจารย์ได้บอกว่าเราไม่สามารถไปเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทุกคนแล้วที่ผมหาข้อมูลไปนั้นมันเป็นพื้นฐานมากๆเลย ตอนเดินกลับไปนั้นก็ได้ยินอาจารย์เควินพูดว่า คุณไม่ลองลดการกินของคุณดูหละ ตอนแรกผมก็นึกว่าอาจารย์ล้อเล่น ผมก็มานั่งคิดดูที่ว่าให้เริ่มจากการลดพฤติกรรมของตัวผมเองก่อน ผมก็นั่งคิดไปเลื่อย อาทิตย์ที่ผ่านมาได้เข้าไปที่สวนจตุจักรมา ผมรู้สึกได้ว่าเดี๋ยวนี้สกปรกมากๆ ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยเศษอาหารและเศษขยะจากของกิน ผมก็ลองมานึกดูว่า เคยได้ยินข่าวที่เขาวิเคราะห์ว่า ขยะในโลกส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานของมนุษย์ ก็คิดต่อไปว่าเออผมก็เป็นคนนึงที่กินเยอะแล้วก็หน้ามืดเวลาหิวๆ แล้วลงไปซื้อของ ชอบซื้อเกินความจำเป็นที่ตัวเองจะกิน แล้วคนในโลกนี้เป็นล้านๆคน ทุกคนต้องกินทุกวัน อย่างน้อยก็วันละมื้อ เศษอาหารและขยะจากสิ่งที่ห่ออาหารมาเช่น ทุกพลาสติก โฟม เป็นส่วนมาก กระดาษก็มีแต่สิ่งนี้สามารถย่อยสลายได้ เมื่อขยะเยอะก็เกิดผลกระทบที่จะทำให้เสียพลังงานเพิ่มขึ้นตามไปกันอีก เช่น การเผา การหลอมไปใช้ใหม่ สิ้นเปลืองน้ำมันที่เอารถไปขนขยะที่ต่างๆ ทั้งสิ้นต้องสูญเสียพลังงานเป็นจำนวนมาก

วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ENERGY

สวัสดีครับอาจารย์ที่เคารพและเพื่อนๆในสัปดาห์แรกที่ผ่านมาก็ได้ชม VDO สาระคดี กันไปแล้ว ใน Section ที่ 2 ก็ได้หัวข้อว่า ENERGY หรือว่า พลังงาน นั่นเอง ผมก็ลองกลับมานั่งคิดภาพรวมดู ในชีวิตประจำวันแต่ละวันในการสังเกตุของผม ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าที่พลังงานบนโลกที่หมดลงไปอย่างรวดเร็วในแต่ละวันนั้น ล้วนเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคของมนุษย์ ต่างคนต่างคิดว่าพลังงานที่ใช้อยู่นั้น ใช้จนตัวเองตายไปก็คงไม่มีวันหมด ทั้งๆที่บางคนก็รู้ว่ามันสามารถหมดจากโลกนี้ได้อย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้ ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น น้ำมัน เราดูดน้ำมันขึ้นมาใช้เลื่อยๆ ทีละน้อย ทีละน้อยเมื่อเทียบกับโลกที่เราอาศัยอยู่ น้ำมันที่ดูดขึ้นมาอาจจะเล็กแค่เป็นไม่กี่หยด แต่ลองคิดว่าโลกเป็นส้มแล้วเราเอาเข็มมาดูดน้ำออกไปเลื่อยๆ แม้ทีละนิดก็ตามแต่นานวัน นานเดือน นานปีไป วันนึงส้มใบนั้นก็จะแห้งแล้วฟีบไปในที่สุด แล้วถ้าโลกน้ำมันหมดละอะไรจะเกิดขึ้นถึงแม้มันอาจจะเป็นล้านๆปีก็ตาม ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ใช้พลังงานเกิดความจำเป็น อย่างเช่นลวดลายของด้ามปากกาที่มีส่วนทำให้สูญเสียพลังงานไปไม่น้อยใน 1 ล้านด้าม แค่การคุยโทรศัพท์ก็เป็นการใช้พลังงานเหมือนกันอาจจะเป็นสิ่งเล็กสิ่งน้อยที่โดนมองข้ามไปในทุกๆ วัน บางสิ่งบางอย่างมันอยู่ใกล้ตัวมากจนเราลืมนึกไปว่า ทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้พลังงานทั้งหมด แต่เราลืมคิดที่จะใช้มันอย่างรู้คุณค่าของมันให้มากที่สุด อย่างที่กล่าวข้างต้นว่า ล้วนเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคพลังงานอย่างไม่รู้คุณค่า การบริโภคนิยม

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

สวัสดีครับ หลังจากวันนั้นที่ได้ส่งงานไป แล้วงานก็ไม่เป็นที่พอใจของอาจารย์อย่างมากเนื่องจาก งานของผมไม่ยอมเก็บรายละเอียดเหมือนงานไม่เสร็จ ผมจำคำพูดเปรียบเทียบที่อาจารย์ติ๊กบอกคนทั้งห้องไว้และคำพูดนั้น ผมจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจำให้เขาหัวไว้เสมอ พูดประมาณว่า " จะสร้างบ้านหรือสร้างห้องนอนมีที่ไหน เราปูกระเบื้องแต่ตรงที่นอน ส่วนตรงที่ไม่นอนไม่ปูมีที่ไหน " เลยไปบวกกับ ( ชีวิตก็คืองาน งานคือชีวิต ) ประมาณนี้มั้ง ^ ^
ผมว่าเป็นคำเปรียบที่เห็นภาพและจำขึ้นใจได้ดี "ขอบคุณมากครับ" ผมจึงได้กลับมาแก้ด้านหลังที่ไม่ได้แปะ Background ให้เรียบร้อย ไม่ปล่อยทิ้งโล่ง ส่วน ภาพของ Background ที่ผมนำมาใช้นั้น เป็นรูป icon นาฬิกาครับ ที่ใช้ icon รูปนาฬิกานั้น เพราะว่า ผมหยิบนำเอาโครงสร้างของนาฬิกามาเล่นกับงาน ที่ว่าด้วย 60 60 24 คือ 60 วิ 60 นาที 24 ชั่วโมง นั่นเอง หนังสือเล่มนี้มี 24 หน้า ในแต่หละหน้ามีรูป 60 รูป ที่มี 60 รูปเพราะ แทนด้วย 60 นาทีนั่นเอง นำมาเป็น กริต ในหนึ่ีงหน้า

ส่วนภาพด้านล่างนี้เป็นภาพขยาย icon ที่หยิบมาทำ Background



ส่วนด้านล่างนี่เป็นรูปโดยรวมของ Background หนึ่งแผ่น



ส่วนภาพด้านล่างนี้เป็น การเปิดหนังสือดูครับ

















ภาพรวมตอนกลางออก



หันหลังดูจะเห็น Background นะครับ



ซูมเข้าไปหน่อยยย



ด้านล่างนี้คือปกหลังครับ




แล้วก็เก็บ VDO มาฝาก เป็นเวลา 1 นาที 28 วิ เป็น VDO เกี่ยวกับการเปิด Book Art เล่มนี้ ก็พอมีภาพให้ดูแล้วแต่กลัวยังคิดภาพไม่ออกเลยเพื่อให้เห็นภาพมากที่สุดเลย อัดเป็น VDO มาด้วยครับ ลองชมดู

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

2 สัปดาห์สุดท้าย

ในที่สุดก็สู่สองอาทิตย์สุดท้าย ในสัปดาห์นี้คือการส่ง final จากที่ได้สืบๆ มา มีหลายคน มากหน้าหลายตา ที่ทำกันไม่ทัน อย่างน้อยผมก็หนึ่งในนั้นแต่ถึงจะทำไม่ทันอย่างไร ก็ต้องเอาไปส่งให้ดูก่อน ทำเท่าที่ทำได้ในตอนนี้ ตกลงแล้วผมก็ไปลงที่ book art ที่แนวเรื่องที่มาจาก โครงสร้างในการเดินหรือหมุนของนาฬิกาเข็ม แล้วก็วิเคราะห์ สรุปว่า นาฬิกาเข็มคือ 60 60 24 นั่นก็คือ 60 วิ 60 นาที และ 24 ชั่วโมง จึงนำเอาส่วนนี้มาเล่นกับ book art แนวเรื่องที่หยิบมาทำเป็นหนังสือคือชีวิตของผมเอง ตอนแรกคิดว่า micro macro คือทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวเราทุกอย่างเป็น micro macro ได้หมด แต่ถ้าพูดถึงตัวเราก็อาจเป็นได้ว่า ตับ ไต ไส้ พุง กระเพาะ ฟัน ลิ้น ตา หู ขน ผม หัวใจ สมอง ฯลฯ คือ micro แล้วตัวเราเองคือ macro ดังนั้น ผมจึงขยับออกมาอีก จึงมาเล่นกับว่า ชีวิตที่ว่าส่วนตัว ความลับ สิ่งโปรปราน ความเป็นตัวเรา มาเป็น micro จึงได้ทำเป็น book art แบบว่า บอกสิ่งต่างๆ ในตัวเราออกมาเป็นรูปเล่ม โดยการนำเสนอของหนังสือนั้น ข้างในเล่มแบ่งเป็น คำนำ สารจากเจ้าของเล่ม สารบัญ แล้ว ข้อมูลเกี่ยวกับตัวผม รวม 24 ชุด แต่หละชุดมี 60 รูป ดังนั้น ในเล่มนี้จะมีรูปถึง 1440 รูปด้วยกันที่บอกถึงตัวผมเอง แต่จะเสร็จทันหรือไม่ ต้องติดตามครับ ขอบคุณมากครับ

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2551

จังหวะและชุด

จากครั้งที่แล้วที่ได้เสนอเรื่องของการทำให้เกิด sequence ใหม่โดยการสลับตำแหน่งของเวลา จึงได้กลับมาคิดอีกรอบหนึ่งเผื่อมีทางอื่นนอกจากที่กล่าวไป ก็ได้ไปศึกษานาฬิกาและตัวเลขรวมถึงการเดินของตัวนาฬิกาเอง ( เพื่อไม่ให้กว้างเกินไปจึงศึกษานาฬิกาเข็มเท่านั้น ) ก็ได้สนใจตรงขีดของชั่วที่ให้จังหวะของเข็มเดิน



ช่องแต่หละช่องทำให้เกิดทั้ง จังหวะ และ micro macro จึงกะว่าจะนำตรงช่องของจังหวะนี้มาเป็นโครงสร้างของงานได้ โครงที่สังเกตนี้ อาจได้ทั้งในเรื่องของ จังหวะ และ ชุด ( Series ) ช่องแต่หละช่องมีจังหวะที่เท่ากัน มีการเดินที่เหมือนกัน และยังสามารถ วน กลับมาที่เดิม ซ้ำแล้วซ้ำอีก จากวินาทีจนไปถึงสหัสวรรษ โครงสร้างที่คิดว่าจะมาทำเป็นงานนั้น อาจจะเป็นการเรียง อย่างต่อเนื่องของจังหวะก็ได้ หรือเป็นชุดก็ได้ครับ

MACRO & MICRO

จากที่ได้สรุปตามความเข้าใจของตัวเอง micro คือสิ่งเล็กๆน้อย และเมื่อมารวมกันก็กลายมาเป็น macro จากที่ได้คิดทบทวน หัวข้อ macro micro
ก็คิดว่า macro และ micro อยู่รอบๆ ตัวเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะหยิบอะไรขึ้นมา นั่นก็คือ macro micro ผมจึงตั้งหัวข้อที่จะใช้ดึงเอาความสนใจออกมาเอง
คือเมื่อตื่นมาอันดับแรกตัวผมเองคิดถึงสิ่งใด แล้วผลทดลองก็ได้มาคือ เวลา ( กี่โมงแล้ว ) แล้วก็มาตีออกอีกที มันเข้าไปเกี่ยวในเรื่องของตัวเลข
แล้วก็พยายามหาวิธีที่จะดึงออกมาทำงาน แล้วก็คิดดูคร่าวๆ ว่า ถ้าเวลาเกิดการสับเปลี่ยนในแต่ละวัน อาจทำให้เกิดสิ่งใหม่ได้ เลยคิดไปถึง การย้าย
ตำแหน่ง ก็อาจทำให้เกิด sequence ขึ้นมา จากในชั่วโมงที่แล้ว อาจารย์ทั้งสองท่าน ก็บอกว่าวิธีการทำงานพอไปได้แล้ว แต่เนื้อหาที่หยิบมาจะลงมือทำ
ยังไม่ได้จึงให้ไปหาวิธี เอาการทำงานไปลองหลายๆ อย่างดู

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2551

จากอาทิตที่แล้วที่ได้พรีเซ้นไป การทำงาน และ การเตรียมตัวที่ออกไปพรีเซ้น ส่วนตัวแล้ว พยายามทำไปให้น้อยที่สุด เพราะเกิดการกลัวอย่างนึงคือ กลัวว่าถ้าทำไปเยอะ อาจจะไม่ใช่เนื้อที่แท้จิง เลยทิ้งน้ำไปให้หมดเอาไปแต่เนื้อๆ แต่ที่ไหนได้พอไปถึง ทุกคนมีทั้งน้ำมีทั้งเนื้อ ขอแค่มีหลายหน้าให้ดูเป็นพอใช้ได้ ตอนนั้นผมคิดว่าผมมีน้อยที่สุดในห้องอย่างแน่นอน เพราะผมคัดแล้วคัดอีก พยายามทำหน้าให้น้อยที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่โดนว่า ว่าเอาอะไรมาหนะ เลยมีไปน้อยมากแล้วก็เลย ทำโมชั่นของงานชิ้นนึงไปเพิ่มเกี่ยวกับสายตาในการมองเห็น ของจังหวะสายตาเลยดึงเอารูปมาลงให้ดูอีกที